Paste this code as high in the of the page as possible:

บทความ

10 เทรนด์อาหารปี 2026 ผู้ประกอบการต้องปรับตัวยังไง เมื่อความคุ้มค่าต้องมาก่อน

เทรนด์อาหาร 2026

10 เทรนด์อาหารปี 2026 ผู้ประกอบการต้องปรับตัวยังไง เมื่อความคุ้มค่าต้องมาก่อน

ทิศทางเทรนด์อาหารปี 2026 แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มจะทำยังไงให้คนยอมควักเงินซื้อ? กับโจทย์ที่ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

เข้าสู่ปี 2026 แล้ว เรามีเทรนด์อาหารมาอัปเดตให้ผู้ประกอบการและเพื่อน ๆ ที่กำลังปั้นแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มของตัวเอง มาดูกันว่ามีเทรนด์อะไรบ้างที่น่าสนใจ และเทรนด์ไหนที่สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสินค้าได้บ้าง Inter Express ได้สรุปข้อมูลจาก Innova Market Insights ที่เผยให้เห็นแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกในปีนี้ว่า “จะเลือกซื้อสินค้าทั้งที เขาพิจารณาจากอะไร?” ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเพลิดเพลิน ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และราคาที่จับต้องได้ เพื่อเป็นแนวคิดให้แบรนด์สามารถปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบัน บทความนี้จะพาทุกคนไปดูว่า 10 เทรนด์อาหารปี 2026 นี้มีอะไรบ้าง และแบรนด์ควรปรับตัวอย่างไรให้ชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่อย่างยั่งยืน

10 เทรนด์อาหารปี 2026

10 เทรนด์อาหารปี 2026

1. Powerhouse Protein: การชูจุดเด่นเรื่องโปรตีน

ผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง แต่ไม่ใช่แค่ขายว่า “โปรตีนสูง” เท่านั้น พวกเขาต้องการโปรตีนในรูปแบบที่แตกต่างสำหรับโอกาสที่หลากหลาย เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น มีส่วนช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ หรือเสริมพลังระหว่างวัน แบรนด์สามารถสร้างจุดขายเพิ่มจากการระบุประโยชน์ที่จะได้รับ หรือแหล่งที่มาของโปรตีน

2. Gut Health Hub: สุขภาพลำไส้ จุดเริ่มต้นของสุขภาวะที่ดี

ผู้บริโภคยุคใหม่มองว่า “สุขภาพลำไส้” คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่ระบบย่อยอาหาร แต่ส่งผลถึงภูมิคุ้มกัน พลังงาน และผิวพรรณ ดังนั้นการบอกว่าใส่โพรไบโอติกส์อาจไม่พอ แต่ต้องสื่อสารกลไกการออกฤทธิ์ที่ชัดเจนด้วย เช่น ช่วยลดอาการท้องอืด หรือบรรเทาความไม่สบายท้องอย่างเป็นรูปธรรม

3. Layers of Delight: ประสบการณ์ที่มากกว่าแค่รสชาติ

ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด ผู้คนเริ่มมองหาอาหารช่วยสร้างประสบการณ์ที่ล้ำลึกและดื่มด่ำ ทั้งจากการสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ และการสร้างอารมณ์ร่วม แบรนด์สามารถยกระดับสินค้าได้ด้วยการเพิ่มลูกเล่น เช่น รสชาติที่น่าค้นหา การเพิ่มเนื้อสัมผัสที่ซับซ้อน หรือการเล่าเรื่องราวของสูตรลับที่เป็นมรดกตกทอด สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และดึงดูดความสนใจให้ผู้บริโภคยอมจ่ายได้

4. Beverages with Purpose: เครื่องดื่มที่มีเป้าหมายเพื่อสุขภาพ

นวัตกรรมเครื่องดื่มเติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้มากกว่าความสดชื่น แบรนด์ควรเพิ่มส่วนผสมเชิงหน้าที่ (Functional Additives) เช่น น้ำมะพร้าวเสริมอิเล็กโทรไลต์เติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย หรือนมปรุงแต่งรสที่เน้นแคลเซียมและโปรตีนเพื่อบำรุงกระดูกและฟัน ซึ่งผู้บริโภคถึง 3 ใน 4 มองว่าเครื่องดื่มกลุ่มนี้คือ “ของว่างเพื่อสุขภาพ” ที่คุ้มค่าจะซื้อ

5. Authentic Plant-Based: เน้นโปรตีนจากพืชที่แปรรูปน้อย

Plant-based ยุคใหม่ต้องมีจุดเด่นในตัวเอง ไม่ใช่แค่ของเลียนแบบเนื้อสัตว์ ผู้บริโภคต้องการโปรตีนจากพืชธรรมชาติที่แปรรูปน้อยที่สุด เช่น พาสต้าจากถั่วลันเตาหรือกะหล่ำดอก และ Protein Bowl ที่เตรียมได้รวดเร็วแต่ได้คุณค่าครบ แบรนด์ที่ชูจุดเด่นเรื่อง “ความจริงใจ” ของวัตถุดิบธรรมชาติจะได้รับความเชื่อถือเป็นพิเศษ

6. Made for Moments: ขนาดที่ออกแบบมาให้เหมาะกับโอกาสต่าง ๆ

แบรนด์ต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะตามโอกาสที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความสะดวก เช่น ขนาดรับประทานครั้งเดียว (Single-serve) สำหรับมื้อกลางวันที่เร่งรีบ หรือบรรจุภัณฑ์ที่เปิด-ปิดซ้ำได้เพื่อให้ผู้บริโภคเพลินเพลินได้นานขึ้น และช่วยลดขยะอาหาร (Food Waste) ซึ่งเป็นสิ่งที่คนยุคนี้ให้ความสำคัญ

7. Worth Every Bite: คุ้มค่าในทุกคำที่จ่าย

ในสภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน ความคุ้มค่าคือหัวใจสำคัญ แต่ไม่ได้หมายถึงราคาถูกเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ต้องมี “ราคาที่เหมาะสม” และ “เข้าถึงได้ง่าย” ผู้บริโภคปี 2026 ชอบอาหารที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา แปรรูปน้อย และใช้ส่วนผสมธรรมชาติที่ดูจริงใจจนเขารู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้น “คุ้มค่า” จริง ๆ

8. Mind Balance: กินเพื่อปรับสมดุลจิตใจ

ภาวะเครียดในปัจจุบันทำให้ผู้คนเริ่มมองหาอาหารและเครื่องดื่มที่ส่วนผสมที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ เช่น ชาอัดลมที่มีสาร Adaptogens จากชาเขียว อัญชัน และเห็ดหลินจือ ที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและผ่อนคลาย โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials ที่ยินดีจ่ายให้กับสินค้าที่ช่วยสร้างความสมดุลด้านอารมณ์

9. Crafting Tradition: ย้ำมรดกทางวัฒนธรรมและความดั้งเดิม

มรดกทางวัฒนธรรมช่วยสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยให้กับผู้บริโภค แบรนด์ที่นำเสนอสูตรอาหารเฉพาะถิ่นหรือวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมมาปรับใช้ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอาหารนี้มี “เรื่องราว” และมีคุณค่าที่หาไม่ได้จากสินค้าอุตสาหกรรมทั่วไปในท้องตลาด

10. Justified Choices: การเลือกอาหารอย่างมีความรับผิดชอบ

ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” ก่อนตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนฟาร์มท้องถิ่นหรือเกษตรกรรายย่อย ไปจนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การสื่อสารบนบรรจุภัณฑ์ เช่น “กาแฟออร์แกนิกที่ช่วยปกป้องระบบนิเวศ” ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าทุกการเลือกซื้อมีความหมายต่อโลกและชุมชน และทำให้การตัดสินใจเลือกแบรนด์ของคุณง่ายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เทรนด์ทั้งหมดนี้สามารถสรุปสั้น ๆ ผู้บริโภคมีแนวโน้มต้องการอาหารที่เป็น “Multitasking Food” ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาที่เขารู้สึกว่า “คุ้มค่าที่จะจ่าย” โจทย์ใหญ่ของคนทำแบรนด์ในปี 2026 จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาสูตรอาหารให้ดีที่สุดเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการอย่างไรให้ “คุณค่า” เหล่านั้นส่งไปถึงมือผู้ซื้อได้อย่างครบถ้วน

เพราะต่อให้เราจะใส่ใจคัดสรรโปรตีนคุณภาพสูง หรือรักษาจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ไว้มากแค่ไหน แต่ถ้าสุดท้ายสินค้าไปถึงมือลูกค้าในสภาพที่เสียหาย หรือเสื่อมสภาพจากอุณหภูมิระหว่างทาง ความคุ้มค่าที่ลูกค้าคาดหวังจะกลายเป็นศูนย์ทันที… นี่คือเหตุผลที่ “การขนส่ง” เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะตัดสินความสำเร็จของแบรนด์

“การขนส่ง” จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของความคุ้มค่า

“การขนส่ง” จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของความคุ้มค่า

1. ขนส่งรักษา “คุณค่า” ให้ถึงมือในสภาพ 100%

ผู้บริโภคปี 2026 ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ “นวัตกรรม” และ “สารอาหาร” ถ้าขนส่งไม่ดี สารอาหารเสื่อมสภาพ หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ตายหมด ความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับจะหายไปทันที การเลือกใช้บริการขนส่งที่เชี่ยวชาญด้าน Cold Chain และสินค้าเซนซิทีฟ จะช่วยการันตีว่าสารอาหารสำคัญจะไม่หล่นหายระหว่างทาง 

หากแบรนด์อาหารเลือกใช้ขนส่งที่มีมาตรฐานระดับเดียวกับการขนส่ง ยาและเวชภัณฑ์ ที่ต้องการความแม่นยำของอุณหภูมิสูงสุด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้กับลูกค้าได้ทันที นี่คือการสร้าง Brand Image ที่คุ้มค่า และช่วยลดต้นทุนแฝงจากการที่สินค้าเสียหายก่อนถึงมือลูกค้าได้อีกด้วย 

Inter Express เรามีบริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่เลือกได้ทั้ง แบบแช่เย็น (Chilled) อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส หรือแบบแช่แข็ง (Frozen) อุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส สามารถเลือกส่งกล่องกระดาษเย็น หรือกล่องโฟมได้ตามความต้องการของแบรนด์ หรือหากไม่มั่นใจเรื่องการแพ็คสินค้าหรืออยากประหยัดเวลา เรามี บริการแพ็คพร้อมส่ง ทีมงาน Inter Express จะแพ็คสินค้าให้ลูกค้าพร้อมจัดส่งให้ถึงที่ มั่นใจได้ว่าสินค้าจะไปถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยและคงคุณภาพดีที่สุด  

2. ขนส่งที่ตอบโจทย์ Lifestyle และความยั่งยืน

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ความคาดหวังต่อ “การขนส่ง” ก็ไม่ใช่แค่การส่งของให้ถึงปลายทางอีกต่อไป แต่ต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ยืดหยุ่น และใส่ใจโลกมากขึ้น ขนส่งจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แบรนด์ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคโดยตรง

ตอบโจทย์ทุก “โมเมนต์” ด้วยบริการที่ไร้ข้อจำกัด ขนส่งจำเป็นต้องรองรับรูปแบบสินค้าและโอกาสในการบริโภคที่หลากหลาย พร้อมตอบรับทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า Single-serve แพ็กเล็กสำหรับรับประทานครั้งเดียว ไปจนถึงสินค้าขนาดใหญ่หรือสินค้าน้ำหนักมาก Inter Express เราออกแบบบริการให้เข้าถึงง่ายและยืดหยุ่น สามารถรองรับสินค้าได้ทุกขนาด ตั้งแต่สินค้าแพ็คเล็ก ๆ ไปถึงสินค้าชิ้นใหญ่ ไม่มีขั้นต่ำในการส่ง อยากส่ง “กล่องเดียวเราก็ส่ง” พร้อมส่งทุกที่ทั่วไทยไม่มีพื้นที่ยกเว้น 
ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วย “การขนส่งสีเขียว” ขณะเดียวกัน เรื่องความยั่งยืนก็กลายเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น การเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจึงช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ Inter Express ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานสะอาดอย่างโซลาร์เซลล์ และการนำรถ EV มาใช้ในระบบขนส่ง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบรับเทรนด์ Justified Choices ที่ผู้บริโภคต้องการเห็นความรับผิดชอบที่จับต้องได้จากทุกขั้นตอนของสินค้า


การลงทุนให้สินค้าคุณภาพดี แต่กลับตกม้าตายเรื่องการขนส่ง คือต้นทุนที่มองไม่เห็นที่อาจทำลายแบรนด์ได้ในพริบตา ในปี 2026 การเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่เชี่ยวชาญและเข้าใจสินค้าเป็นอย่างดี คือการ “ลงทุนในประสบการณ์ลูกค้า” เลือกขนส่งมืออาชีพที่ดูแลสินค้าของคุณด้วยมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนนี้คือความคุ้มค่า… ไม่เสียของ ไม่เสียความรู้สึก และไม่เสียต้นทุนโดยใช่เหตุค่ะ

หากสนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และติดต่อฝ่ายขายได้ที่ https://iel.co.th/service-in-thailand/ 


ที่มา

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ https://www.ditp.go.th/post/dukvkqmefomb56b63qp3d8ic 


PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com